ลบ แก้ไข

เรียนอย่างมี นวัตกรรม Science Technology Engineering and Mathematics Education

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2515 ปัจจุบันเป็นหน่วยงานในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินงานตามพระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2541 แก้เพิ่มเติม พ.ศ. 2548 มีพันธกิจในการพัฒนาการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีของชาติให้ทัดเทียมกับนานาชาติ โดยทำหน้าที่หลักเป็นผู้ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ด้วยการศึกษาค้นคว้าวิจัย พัฒนา ออกแบบ จัดทำต้นแบบ และส่งมอบองค์ความรู้ให้กับผู้รับบริการ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่องค์กรการจัดการศึกษาของชาติ สร้างเป็นเครือข่ายการดำเนินงานในระดับต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศไทย ให้ได้อย่างทั่วถึงและมีมาตรฐานทัดเทียมกับนานาชาติภายใต้บริบทของความเป็นไทย

 
การพัฒนานวัตกรรมการจัดการด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกำลังพัฒนาโครงการสะเต็มศึกษาหรือ “STEM” ซึ่งย่อมาจาก Science Technology Engineering and Mathematics Education โดยมีแนวคิดมาจากหลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตเรีย และเยอรมนี ที่พยายามพัฒนาแนวทางการเรียนการสอนวิชาดังกล่าวโดยทำให้เกิดการบูรณาการของการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การคิดแก้ปัญหาและการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในชีวิตประจำวันและการทำงาน ซึ่งในหลายประเทศประสบปัญหาคล้ายกับประเทศไทย คือ นักเรียนไม่เข้าใจบทเรียนอย่างแท้จริง เรียนอย่างท่องจำ ให้ทำข้อสอบผ่าน เมื่อผ่านไปอีกภาคการศึกษาหนึ่ง เกิดปัญหาลืมบทเรียนที่จบไปแล้ว อาจเป็นเพราะนักเรียนไม่เข้าใจว่า บทเรียนนั้นนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้อย่างไร จึงทำให้นักเรียนไม่สามารถเชื่อมต่อความรู้เป็นภาพใหญ่ได้ ภายใต้เทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจะทำให้การเรียนต้องมีความสนุก ดึงดูดความสนใจของนักเรียนไว้ได้ และเข้ากับสิ่งที่จะพบในอนาคตด้วย

เรียนอย่างมี นวัตกรรม Sc

การดำเนินการด้านการเรียนการสอน

การสร้างนวัตกรรมการจัดการครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการดำเนินการด้านการเรียนเท่านั้น ในส่วนของครูผู้สอนและผู้ที่สร้างหลักสูตรการสอนเองก็ย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ในทิศทางเดียวกันด้วย การตั้งโจทย์เพื่อให้นักเรียนคิดและฝึกฝน จะเป็นสิ่งที่บูรณาการระหว่างวิชาเข้าด้วยกัน เช่น การออกแบบเก้าอี้พับ มีทั้งวิชาคณิตศาสตร์และวิชาฟิสิกส์เข้ามาผสมกันในโจทย์เดียว โจทย์เรื่องการผลิตในโรงงานปลาทูน่ากระป๋องที่มีทั้งเรื่องของวิชาคณิตศาสตร์ การคำนวณเรื่องขนาดความจุ วิชาฟิสิกส์ การคำนวณเรื่องไฟฟ้าที่ใช้ วิชาเคมี การวิเคราะห์เรื่องปฏิกิริยาระหว่างอาหารและภาชนะ และวิชาชีววิทยาเรื่องพันธุ์ของปลาที่นำมาใช้ จะเห็นได้ว่าความรู้ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ครูเพียงคนเดียวเข้ามาเรียนรู้และนำไปถ่ายทอดให้กับนักเรียน การปรับเปลี่ยนนี้ต้องใช้ผู้ที่อยู่ในภาคปฏิบัติทั้งผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่นั้น เช่น นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ผู้จัดการโรงงาน มาเพื่อบอกเล่า ร่วมกำหนดโจทย์และวิธีการสอนให้กับครูด้วย องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจริงในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจที่มีความทันสมัยและจับต้องได้ จึงจะสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนได้เห็นประโยชน์ในการใช้งานได้จริง นอกจากนี้ นักเรียนที่ต้องการเติบโตไปประกอบอาชีพต่างๆ จะได้เข้าใจถึงหน้าที่การงานของแต่ละอาชีพมากยิ่งขึ้นด้วย โดยในประเทศอังกฤษได้มีการยกย่องผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้ และเรียกว่า “STEM ambassador” เพื่อเป็นการให้เกียรติกับองค์ความรู้ที่สั่งสมผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิตของแต่ละท่าน

ตัวอย่างการเรียนการสอนในประเทศญี่ปุ่น

ในแต่ละประเทศอาจมีเหตุการณ์สำคัญของประเทศที่แตกต่างกันไป ก็สามารถนำมาเป็นโจทย์ของการเรียนการสอนได้ ในประเทศญี่ปุ่นที่ประสบภัยพิบัติมาตลอด จึงนำมาใช้ในภาคการศึกษา ดังเช่น การคำนวณพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม การไหลของน้ำ การเคลื่อนที่ของคลื่นซึนามิ แม้จะเป็นความเข้าใจในพื้นฐานไม่ลึกซึ้งขนาดเรียนเรื่องแบบจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ (computer modeling) ที่หน่วยงานดูแลและบริหารใช้งานอยู่จริง แต่ก็ทำให้นักเรียนเห็นภาพ ตั้งใจเรียนและพยายามมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การขับเคลื่อนโครงการ STEM Education ดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานด้านวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาวิศกร สภาสถาปนิก แพทย์ศาสตร์ และสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น รวมทั้งบริษัทที่ต้องใช้ผู้มีความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น ปตท. เอสซีจี ซีพี และบริษัทประกอบรถยนต์ เป็นต้น เพื่อทำให้ครูผู้สอนมีบทเรียนที่จะนำมาสอนได้ดียิ่งขึ้น จำเป็นต้องพัฒนาช่องทางความร่วมมือระหว่างกัน เครื่องมือที่ดึงดูดความสนใจการเรียนการสอน เครื่องมือในการจัดการห้องเรียนและการนำบทเรียนให้มาสู่ผู้เรียนได้สะดวกมากขึ้น การปรับเปลี่ยนหนังสือที่เป็นสิ่งพิมพ์ให้เป็นสื่อมัลติมีเดียแบบโต้ตอบได้ก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องพัฒนาต่อไป รวมทั้งการสอบวัดความรู้และความสามารถในการคิดและสร้างนวัตกรรมของนักเรียนนักศึกษา ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต

การดำเนินงานในปี พ.ศ. 2556

ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จะสร้างศูนย์เรียนรู้นำร่องใน 10 จังหวัด โดยแต่ละจังหวัดจะมีจำนวน 3 โรงเรียน รวม 30 แห่ง เพื่อสร้างแนวทางการดำเนินงานและวัดผลให้เป็นรูปธรรม และหลังจากนั้นจึงจะได้ขยายไปสู่วงกว้าง อันจะเป็นประโยชน์กับตัวนักเรียนเองและกับหน่วยงาน องค์กร สถานประกอบการที่นักเรียนเหล่านี้จะเข้าไปทำงานเพื่อเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศต่อไปกล่าวโดยสรุปแล้ว โครงการ “สะเต็มศึกษา” เป็นนวัตกรรมการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างคนไทยรุ่นใหม่ ให้มีทักษะในการสร้างนวัตกรรม ที่จะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

เรียนอย่างมี นวัตกรรม เต
โดย “ดร. มนตรี จุฬาวัฒนทล” 
ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริม
การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

จากคอลัมน์
innovative people
www.nia.or.th
 

 

เกี่ยวกับประเทศ

 

dogTech
ชม 5,806 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ประเทศไทยเป็นผู้นำในการก่อตั้งสมาคมอาเซียน มีศักยภาพในการเป็นแกนนำในการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง ภายใต้ยุทธศาสตร์วิสัยทัศน์เดียว เอกลักษณ์เดียว และประชาคมเดียว เพื่อความเจริญมั่นคงของประชากร ทรัพยากร และเศรษฐกิจ...
    by Editor Bow
  • เปิดผลวิจัยเด็กไทยเครียดภาวการณ์เรียน มูลนิธิเพื่อคนไทย เปิดเผยผลวิจัยการดำเนินชีวิตและทัศนคติของเยาวชน พบว่า กว่าร้อยละ 90 ของเยาวชนประสบกับภาวะความเครียดโดยเฉพาะเรื่องการเรียน โดยงานวิจัยเวทีความคิด คนไทยมอนิเตอร์...
    by Editor
  • สถาบันสอนภาษาบริติชเคาซิลและสถานทูตอังกฤษร่วมกับสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, กระบี่, สงขลาและกาญจนบุรีในการเปิดตัวโครงการ Provincial Civil Servants English Project...
    by dogTech
  • บริษัท จัดหางาน จ๊อบ ดีบี ประเทศไทย เปิดผลสำรวจ 5 อันดับอาชีพทำเงินสูงสุดของนักศึกษาจบใหม่ในไทย พบว่า อาชีพนักวิเคราะห์ และที่ปรึกษาทางกฎหมาย ทำรายได้สูงสุด พร้อมแนะ เยาวชนไทย วางแผนด้านการเรียน...
    by Editor

สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean